fbpx

เคล็ดลับวิธีเลือกพันธุ์ไก่ และเทคนิคเลี้ยงไก่ ทำยังไงให้ออกไข่ทุกวัน?

              หลายๆท่านที่เข้ามาคงมีความสนใจเทคนิคเลี้ยงไก่ ทำยังไงให้ออกไข่ทุกวัน? เนื่องจากในยุคสมัยที่ข้าวยาก หมากแพงแบบนี้ พวกเราทุกคนล้วนที่จะต้องหาวิธีในการประหยัดค่าใช้จ่าย และการเลี้ยงไก่ไข่นั้น เป็นวิธีอันดับต้นๆที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ และยังมั่นใจได้ถึงคุณภาพของไข่ที่ตนเองเลี้ยงอีกด้วย

               เริ่มจากการเลือกสายพันธุ์ไก่ เราต้องทำความรู้จักไก่ไข่มีสายพันธุ์ให้เลือกมากมาย แต่ละพันธุ์ให้ปริมาณไข่แตกต่างกันออกไป วันนี้ cozy จะมาแนะนำไก่ไข่ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย ว่าตัวไหนจะตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้ดีที่สุด

1.โร้ดไอส์แลนด์เรด (220-270 ฟองต่อปี)

โร้ดไอส์แลนด์เรด มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา นำเข้ามาเลี้ยงในเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นผู้รักษาสายพันธุ์มากว่า 60 ปี เป็นไก่ที่ให้ไข่ค่อนข้างมาก นิยมเลี้ยงเพื่อใช้เป็นพันธุ์ตั้งต้นในการผลิตไก่ไข่ลูกผสมในปัจจุบัน ไก่พันธุ์นี้มีนิสัยก้าวร้าว กินจุเพศผู้สามารถเลี้ยงไว้กินเนื้อได้ด้วย

2.เลกฮอร์นขาว (280-300 ฟองต่อปี)

เลกฮอร์นขาว มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของอิตาลีซึ่งเป็นแหล่งผลิตไก่ไข่สีขาว เป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก นอกจากสีขาวแล้วยังมีสีอื่น ๆ เช่น สีน้ำตาลดำเทาหรือลายจุด แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมเท่ากับสีขาวซึ่งให้ไข่ได้ดีที่สุด สามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้ดี ชอบกินหญ้า ไก่พันธุ์นี้จะตกใจง่ายหากถูกรบกวน

3.บาร์พลีมัทร็อค (200-220ฟองต่อปี)

บาร์พลีมัทร็อค มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา นำเข้ามาเมืองไทยตั้ง แต่ พ.ศ.2498 พร้อมกับสายพันธุ์โร้ดไอส์แลนด์เรด ตัวใหญ่กินจุแต่ก็ให้ไข่ได้ดีในระดับหนึ่ง มีการปรับปรุงสายพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์มากว่า 60 ปี ไก่พันธุ์นี้เมื่อนำเพศเมียมาผสมข้ามพันธุ์กับโร้ดไอส์แลนด์เรดเพศผู้ไม่สามารถใช้สีขนแยกเพศของลูกที่เกิดได้ตั้งแต่วันแรก เพราะทั้งเพศผู้และเพศเมียสีดำทั้งตัว บริเวณกลางหัวมีจุดสีขาว

4.ไทย-พลีมัทร็อค (220-250 ฟองต่อปี)

ไทย-พลีมัทร็อคนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่าพันธุ์ไทย – บาร์ เป็นไก่ที่กรมปศุสัตว์ปรับปรุงพันธุ์จากพันธุ์บาร์พลีมัทร็อค มีรูปร่างคล้ายกับไก่โร้ดและไก่บาร์

5.สามสาย (220-250 ฟองต่อปี)

สามสายไก่พันธุ์นี้มาจากการปรับปรุงพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์ เริ่มจากการผสมระหว่างไก่โร้ดไอส์แลนด์เรดเพศผู้กับบาร์พลีมัทร็อคเพศเมีย แล้วนำลูกผสมโร้ด – บาร์เพศเมีย มาผสมกับพันธุ์เซี่ยงไฮ้เพศผู้ จากนั้นปรับปรุงสายพันธุ์จนนิ่งไก่สามสายกรมปศุสัตว์มีลักษณะรูปร่างใกล้เคียงกับพันธุ์แบล็กออสตราล็อร์ปมากที่สุด คือมีขนสีดำ

6.พันธุ์ลูกผสมกรมปศุสัตว์ (280-300 ฟองต่อปี)

พันธุ์ลูกผสมกรมปศุสัตว์กรมปศุสัตว์ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นเพื่อให้เหมาะกับการเลี้ยงเป็นการค้าให้ไข่ดกขึ้น ฟองโต เป็นลูกผสมที่เกิดจากพ่อโร้ดไอส์แลนด์เรดกับแม่ไทยพลีมัทร็อค ลูกที่เกิดมาสามารถใช้สีขนเพื่อแยกเพศได้ตั้งแต่อายุ 1 วันโดยขนสีเหลืองเป็นเพศผู้ และสีน้ำตาลเป็นเพศเมีย

7.ซุปเปอร์ฮาร์โก้ (280-300 ฟองต่อปี)

ลูกผสมฮาร์โก้หรือซูเปอร์ฮาร์โก้ในอดีตไก่ลูกผสมพันธุ์นี้พบมากในบ้านเรา เป็นลูกผสมระหว่างพ่อโร้ดไอส์แลนด์เรดกับแม่บาร์พลีมัทร็อคให้ไข่ดก เลี้ยงง่ายแข็งแรง และปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดี สามารถแยกเพศได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยเพศผู้มีขนสีดำและจุดขาวอยู่บนหัว ส่วนเพศเมียมีสีดำล้วนทั้งตัว

8.ไฮบริด (280-300ฟองต่อปี)

ไฮบริด เกิดจากการนำไก่พันธุ์แท้สาย-พันธุ์ต่างๆ ที่มีข้อดีมาผสมข้ามสายเลือดเพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่ที่เหมาะกับการเลี้ยงในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ข้อดีของไก่ไฮบริดคือ สามารถแยกเพศได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วยสีขน ให้ไข่ฟองโตไข่ดก กินอาหารน้อย

ข้อดีของการทำเกษตรกรรมคือ

          เรามีผลผลิตออกมาและสามารถส่งให้ตลาดได้เลย โดยไม่มีค่าขนส่งทางไกล ความต้องการก็เยอะตาม อย่างมูลสัตว์ก็มีกลุ่มเกษตรกรในเมืองที่เขาปลูกต้นไม้มารับซื้อไปทำปุ๋ยอินทรีย์เป็นวัฏจักรที่จบอยู่ในเมือง ทุกวันนี้ผมโพสต์ขายผลผลิตต่างๆ ทางเฟสบุ๊คลูกค้าอยากดื่มนมแพะสดๆ เขาก็ขับรถมารับถึงที่บ้านเลย ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่เกษตรกรรุ่นใหม่อย่างเรามีเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก ผมเลยมองว่าเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่มีวันตาย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการผลิตอาหาร

          มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้น ไม่แปลกหากเราจะมีความสุขเมื่อได้ใกล้ชิดธรรมชาติ การที่เราได้เลี้ยงสัตว์ได้ลงมือปลูกผัก เฝ้าดูมันเติบโตงอกงาม แค่นี้ก็สุขใจแล้ว มีคนถามว่าอยากขยับขยายออกไปเป็นฟาร์มที่มีพื้นที่กว้างๆ ในต่างจังหวัดไหม จริงๆ ผมชอบอยู่ในเมืองที่มีสิ่งอ านวยความสะดวก โดยเปลี่ยนการดำเนินวิถีชีวิตให้ใกล้เคียงกับความเป็นอยู่แบบชนบทมากกว่า แต่ละคนก็มีรูปแบบความสุขที่แตกต่างกัน บางคนใช้เงินซื้อข้าวของเพื่อซื้อความสุข บางคนใช้เงินไปเที่ยวเพื่อแลกความสุข แต่ความสุขของผมคือการได้อยู่กับสัตว์ อย่างที่บอก จะทำอะไรต้องเริ่มจากใจรัก

          ตรงนี้ผมเอามาจากชีวิตจริง ประสบการณ์จริงทั้งนั้น ผมไม่ได้เรียนด้านการเกษตรมาโดยตรง ส่วนตัวจบศิลปกรรมมา ผมจะเน้นไปทางปั้น ทางวาด แต่ความเป็นจริงแล้วมันจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เท่าไหร่ นานๆ ทีผมจะปั้นงาน จะได้วาดรูป ต้องว่างจริงๆ ถึงจะได้ท า แต่ถามว่าเราชอบศิลปะไหม ใจรักไหม ผมก็มีใจรักนะ ผมเป็นคนชอบหลายอย่างนะ แต่เราจะเลือกว่าอะไรที่เรามีความสุขที่สุด เราจะจดไว้ว่าเราชอบอะไร แล้วก็เรียงล าดับว่าอันไหนเราชอบมากที่สุด สบายใจที่สุด คำตอบก็คือ “เกษตรกร” ซึ่งเราท ามันก็จะมีความสุขตามมา คือผมมองว่าเราทำอะไรก็แล้วแต่ที่มันใช่สำหรับเรา ทำไปเถอะ เดี๋ยวมันจะดีเอง

ขอขอบคุณ อาจารย์ก้องเกียรติ ถาดทอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *